ถ้าเจอกล่องสองใบ ใบหนึ่งเขียนว่า “รักษ์โลก” อีกใบเขียนว่า “กระดาษรีไซเคิล 80%” คุณว่ากล่องไหนบอกอะไรเรามากกว่ากัน?
ใบแรกฟังดูดี แต่ก็อดถามไม่ได้ว่า…ดีตรงไหนนะ
ส่วนใบหลัง อย่างน้อยเรารู้ว่ากำลังพูดถึงกระดาษ ไม่ต้องเดาไปถึงของที่อยู่ข้างใน (สมมติตัวเลขขึ้นมาให้เห็นภาพนะครับ)
เรื่องเล็ก ๆ บนกล่องนี่แหละ ที่ EU เอามาจริงจังแล้ว กติกาใหม่เริ่มใช้ตั้งแต่ 27 ก.ย. 2569
คำกว้าง ๆ อย่าง “green” หรือ “eco-friendly” ยังใช้ได้ครับ แต่ต้องพิสูจน์ว่าเรื่องที่อ้างนั้นดีต่อสิ่งแวดล้อมถึงระดับ “ดีเยี่ยม” ตามเกณฑ์ที่ยอมรับ เช่น มีฉลาก EU Ecolabel ที่ครอบคลุมเรื่องนั้น ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ ก็ใช้คำกว้าง ๆ แบบนี้ไม่ได้
แล้วถ้าไม่ได้มีฉลากแบบนั้น จะเล่าเรื่องสิ่งแวดล้อมยังไง?
ก็เล่าให้ชัดว่าทำอะไรครับ กล่องใช้กระดาษอะไร ขวดเปลี่ยนวัสดุตรงไหน แต่ต้องมีข้อมูลยืนยัน และบอกให้เห็นชัดในสื่อเดียวกับคำที่ใช้โฆษณา ใส่ตัวเลขเพิ่มเฉย ๆ ไม่ได้แปลว่าผ่าน
ลองกลับมาที่กล่องเมื่อกี้ ถ้าเปลี่ยนแค่กระดาษ ก็พูดได้แค่เรื่องกระดาษ จะขยับไปบอกว่าสินค้าทั้งชิ้น “ดีต่อโลก” เลยไม่ได้
ตรงนี้แหละที่ผมว่าน่าคุยต่อสำหรับคนทำแบรนด์
สมมติเรากำลังจะออกแพ็กเกจใหม่ บรีฟว่า “ขอให้ดูรักษ์โลกหน่อย” คนออกแบบอาจนึกถึงสีเขียว ใบไม้ หรือกระดาษสีน้ำตาลก่อน
แต่พอจะเขียนลงไปจริง ๆ ต้องกลับไปถามคนทำสินค้าว่า “ตกลงเราเปลี่ยนอะไรไปบ้าง?”
กระดาษมาจากไหน ใช้ของรีไซเคิลเท่าไร มีข้อมูลจากคนขายวัสดุให้ดูไหม ถ้ายังตอบไม่ได้ คนเขียนโฆษณาก็ต้องรอคำตอบก่อน
งานบนหน้ากล่องเลยลากไปถึงคนจัดซื้อกับคนทำสินค้าได้ ทั้งที่ตอนแรกดูเหมือนแค่จะเปลี่ยนคำไม่กี่คำ
สีเขียวกับใบไม้ยังใช้ได้นะครับ EU ไม่ได้ห้ามทั้งหมด ต้องดูรวมกับข้อความว่าทำให้คนเข้าใจเกินจริงหรือเปล่า และกติกานี้ใช้กับการทำตลาดต่อผู้บริโภคใน EU ไม่ได้ครอบคลุมสินค้าทุกชิ้นที่ขายในไทยทันที
ส่วนคนซื้ออย่างเรา ครั้งหน้าเจอคำว่า “รักษ์โลก” บนกล่อง ลองพลิกดูอีกนิดก็ได้ว่าเขาบอกไหมว่าทำอะไรไป
ถ้าอ่านจบแล้วยังตอบไม่ได้ คำว่า “รักษ์โลก” บนกล่องนั้นบอกอะไรเราบ้าง?
แหล่งข้อมูลและอ้างอิง
ภาพอธิบายแนวคิด ไม่ใช่สินค้าจริง · TheTungLak generated editorial illustration; sources: European Commission / Directive (EU) 2024/825
